วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

Cupid


คิวปิด ประวัติคิวปิด ตำนานคิวปิดกับไซคี คิวปิด คือใคร เกี่ยวข้องกับความรัก วันวาเลนไทน์ และ ดอกกุหลาบ อย่างไร วันนี้เรามีประวัติคิวปิดมาฝาก 

          ใกล้วันวาเลนไทน์ (14 กุมภาพันธ์) เข้ามาแล้วทุกที หนุ่มสาวคู่รักทั้งหลายคงจะนับวันรอที่จะได้ฉลองเทศกาลอันแสนพิเศษนี้กับคนรักอย่างสวีทหวานแหวว จนกลายเป็นอีกหนึ่งเทศกาลสำคัญสำหรับคนไทยไปแล้ว ซึ่งสิ่งแรกที่ทุกคนคิดถึงในวันนี้คงจะหนีไม่พ้น ดอกกุหลาบสีแดง ที่สื่อถึงความรักของผู้ให้ได้เป็นอย่างดี และนอกจากนี้สัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งที่มีความสำคัญต่อเทศกาลนี้ไม่แพ้กัน นั่นคือ คิวปิด ซึ่งหลาย ๆ คนคงจะจินตนาการภาพของเด็กน่ารักที่มีปีก ในมือถือคันธนูกับลูกศร เพื่อยิงศรรักปักหัวใจของใครต่อใคร แล้วรู้หรือไม่ว่าเทพเจ้าคิวปิดก็มีตำนานความรักอมตะสุดคลาสิคไม่แพ้โรมิโอ-จูเลียต หรือ แจ๊ค-โรส ในไททานิค เช่นกัน เอาล่ะค่ะ วันนี้กระปุกดอทคอมก็มีเรื่องราวตำนานความรักสุดซึ้งของคิวปิดมาฝากเพื่อน ๆ กันค่ะ

          เทพคิวปิด (Cupid) หรือ เทพอีรอส (Eros) ในภาษากรีก และ เทพอามอร์ (Amor) ในภาษาโรมัน เป็นกามเทพ หรือเทพแห่งความรัก เป็นโอรสของเทพเจ้ามาร์และเทพีวีนัส โดยคิวปิด ถือกันว่าเป็นเทพเจ้าที่มีรูปลักษณะงามที่สุดในบรรดาเทพทั้งหลาย และมีฤทธิ์ที่จะบันดาลให้ใครรักใครก็ได้ และตำนานความรักครั้งนี้เกิดขึ้น เมื่อนางไซคี ผู้มีรูปโฉมงดงาม เป็นที่เลื่องลือ ผู้ที่ได้พบเห็นต่างก็ลุ่มหลงเทิดทูนจนลืมที่จะบูชาเทพีวีนัส เทพีแห่งความงาม มารดาของคิวปิดไป ทำให้เทพีวีนัสเกิดความไม่พอใจ จึงสั่งให้คิวปิดไปทำให้ไซคีไปหลงรักชายที่เลวทรามต่ำช้าสักคนหนึ่ง 

          คิวปิดได้ฟังดังนั้นจึงรีบไปทำตามคำสั่งแม่ โดยลอบเข้าไปในห้องนอนของไซคี ขณะนางกำลังหลับอยู่ ตั้งใจจะยิงศรตามคำสั่งแม่ แต่เมื่อเห็นรูปโฉมของนาง คิวปิดกลับตกตะลึง และกลับทำลูกศรในมือทิ่มแทงตัวเอง คิวปิดจึงหลงรักไซคีนับแต่บัดนั้น แต่ก็ทำอะไรเปิดเผยไม่ได้ เพราะกลัวแม่ จนกระทั่งพี่สาวของนางไซคีออกเรือนกันไปหมด พ่อแม่ของนาง จึงต้องอ้อนวอนบวงสรวง เทพอพอลโล เทพแห่งการพยากรณ์ว่า เมื่อไรนางไซคีจึงจะได้พบเนื้อคู่ และเนื้อคู่เป็นใคร อยู่ที่ไหน เทพอพอลโล ก็พยากรณ์ว่า คู่ครองของนางไซคีไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นอมนุษย์ และรอคอยนางที่ยอดเขา แต่นางจะต้องไม่มองดูคู่ครองของเธอโดยเด็ดขาด 

          ทั้งพ่อและแม่ จึงไปส่งนางไซคีที่ยอดเขาและทิ้งไว้เพียงลำพัง เทพเสฟไฟรัส (Zephyrus) เทพประจำลมตะวันตก จึงพัดพาเธอไปยังปราสาทที่กามเทพคิวปิดเนรมิตไว้ ห้อมล้อมด้วยหุบเขาซึ่งมีธรรมชาติอันสวยงาม ตกกลางคืนคิวปิดก็มาครองคู่อยู่กับไซคี โดยนางมองไม่เห็นว่าเขามีหน้าตาเป็นอย่างไร ทั้งนี้ เนื่องจากคิวปิดขอคำมั่นสัญญาจากนางไซคีว่า จะไม่จุดไฟหรือพยายามมองเห็นตัวเขาว่าหน้าตาเป็นอย่างไร ไซคีก็รับปาก พอรุ่งสางคิวปิดก็จากไป 

          ต่อมานางไซคีได้เชื้อเชิญพี่สาวทั้งสองของนางมาเที่ยวยังปราสาท แต่เมื่อพี่สาวของนางมาพบเห็นปราสาทที่งดงาม ก็รู้สึกอิจฉาในโชคลาภวาสนาของน้องสาว จึงยุยงให้ไซคี ลอบดูตัวสามี โดยวางแผนไว้ว่า หากพบเห็นว่าเป็นอมนุษย์ที่น่าเกลียดก็ให้ฆ่าเสีย นางก็เชื่อในคำยุยงนั้น โดยซ่อนตะเกียง และมีดเอาไว้ใต้เตียง เมื่อคิวปิดหลับไป นางจึงลอบจุดตะเกียงส่องดูสามี และพบว่าสามีของนาง เป็นชายหนุ่มรูปงามกว่าชายใด ๆ ที่เธอเคยพบมา 

          แต่ทันใดนั้น น้ำมันตะเกียง ก็หยดลงต้องกายคิวปิดจึงตื่นขึ้น และเมื่อเห็นว่าภรรยาของตน ละเมิดคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ คิวปิดจึงบอกนางว่า “ความรักไม่อาจดำรงอยู่ได้ ถ้าปราศจากความไว้วางใจ ข้าจะลงโทษเจ้า ด้วยการจากเจ้าไปตลอดกาล” จากนั้นคิวปิดก็บินจากไป พร้อมกันนั้นปราสาท และอุทยานที่งดงาม พลันอันตรธานหายไปด้วย



ไซคีเสียใจมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น นางพร่ำโทษตัวเองที่ผิดคำสัญญา นางจึงตัดสินใจ ละทิ้งบ้านเกิดเมืองนอน เพื่อติดตามหาคิวปิด ซึ่งยากลำบากมากสำหรับผู้หญิงอ่อนแอและบอบบางอย่างไซคี นางจึงซัดเซพเนจรรอนแรม จนพบเข้ากับวิหารเทพีดิมิเทอร์ เทพีเเห่งพืชผล ซึ่งของบูชานั้น วางระเกะระกะไม่มีระเบียบเพราะชาวไร่ต่างเหนื่อยล้าจากการทำงาน ไซคีจึงจัดระเบียบ ของเซ่นสรวงจนเรียบร้อย เทพีดิมิเทอร์พอใจมาก จึงบอกให้ไซคีไปที่วิหารของเทพีวีนัสเพื่อขออภัยโทษ

          แต่เทพีวีนัส ผู้ซึ่งมีความริษยาแรง จึงหาทางกลั่นแกล้งไซคีต่าง ๆ นานา โดยให้ไซคีผ่านภารกิจทั้ง 3 อย่างเสียก่อน โดยภารกิจแรก นางไซคีต้องแยกเมล็ดข้าว ข้าวบาร์เล่ย์ ข้าวโพด ถั่ว และธัญญาหารชนิดต่าง ๆ ที่ปะปนอยู่ในฉางแยกออกมาให้เสร็จก่อนค่ำ เพื่อให้นกพิราบของพระนางกิน ไซคีถึงกับท้อแท้ใจ เพราะนางเป็นแค่หญิงมนุษย์ธรรมดา ไม่มีทางจะทำสิ่งที่เกินความสามารถเช่นนี้ได้แน่นอน ในขณะนั้นคิวปิดที่คอยเฝ้ามองดูแลไซคีอยู่ห่าง ๆ ตลอดเวลาก็ส่งมดฝูงใหญ่มาช่วยงานไซคี โดยมดทั้งหมด ต่างแยกธัญญาหารอย่างเรียบร้อย และรีบกลับไปก่อนค่ำ

          เทพีวีนัสกริ้วมาก เพราะรู้ว่าไซคีไม่ได้ทำเอง และคนที่ช่วยเหลือนางก็คือโอรสของพระนางนั่นเอง จึงสั่งให้ไซคี ไปเก็บขนแกะทองคำมาให้พระนาง ซึ่งแกะขนทองฝูงนั้นโหดร้ายมาก แต่เทพประจำแม่น้ำก็ช่วยเหลือไซคี บอกเคล็ดลับจนไซคีสามารถผ่านภารกิจที่สองได้สำเร็จ เมื่อไซคีผ่านทั้งสองภารกิจมาได้ เทพีวีนัสถึงกับกริ้ว และคิดแผนการร้ายกาจที่สุดขึ้นมาได้ โดยรับสั่งให้ไซคี นำผอบไปขอเครื่องประทินโฉมจากเทพีเปอร์เซโฟนี มเหสีของ เทพฮาเดส แห่งยมโลกมาถวายพระนาง ซึ่งหมายถึง การส่งไซคีไปตายนั่นเอง

          ไซคีท้อถอยหมดกำลังใจอย่างมากเมื่อรู้ความหมายของเทพีวีนัส นางจึงคิดว่า ดีเหมือนกัน ในเมื่อสามี ไม่เหลียวมองตนอีกต่อไปแล้ว ก็ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะมีชีวิตอยู่อีกต่อไป ดังนั้น ไซคีจึงขึ้นไปยังยอดผา เตรียมตัวกระโดดฆ่าตัวตายไปสู่ยมโลก แต่ยังไม่ทันที่ไซคีจะทำตามความตั้งใจ คิวปิดที่เฝ้ามองนางอยู่ จึงเอ่ยปลอบประโลมนางอย่างอ่อนโยนด้วยความรักและสงสาร ทว่าทิฐิก็ยังทำให้คิวปิดไม่ยอมปรากฏกาย เมื่อไซคีได้ยินเสียงปลอบใจปริศนานั้นก็ทำให้มีกำลังใจสู้ต่อ คิวปิดบอกวิธีต่าง ๆ ในการไปนรก อย่างปลอดภัยให้กับไซคี พร้อมกับย้ำเตือนนางไม่ให้นางเปิดผอบเครื่องประทินโฉมนั้นเป็นอันขาด



แต่ไซคีไม่สามารถอดใจได้ เพราะคิดว่าเครื่องประกอบความงามนั้น จะทำให้เธองดงามกว่าเดิม เพื่อว่าสามีของเธอจะเกิดความยินดีเมื่อได้พบหน้าเธออีกครั้ง เมื่อเปิดผอบขึ้น เธอก็ล้มสลบลงทันที เพราะเครื่องประกอบความงาม ที่อยู่ในผอบก็คือเวทมนตร์แห่งความหลับใหลในยมโลก

          เมื่อนางไซคีสลบไปแล้ว เทพคิวปิดก็รีบเข้ามาช่วยเหลือนำเวทมนตร์แห่งความหลับใหลนั่น เก็บใส่ผอบอย่างเดิม และปลุกไซคีให้ฟื้นขึ้น และชี้ให้ไซคีเห็นโทษของความอยากรู้อยากเห็นที่เกิดขึ้นกับนางถึงสองครั้งแล้ว จากนั้นคิวปิดได้ทูลขอมหาเทพซุส ช่วยเกลี้ยกล่อมให้เทพีวีนัสยกโทษให้ไซคี และ บันดาลให้นางไซคี ได้ความเป็นอมตะ เซ่นเหล่าทวยเทพทั้งหลาย ตั้งแต่นั้นเทพคิวปิดและนางไซคีจึงได้ครองคู่อย่างเป็นสุข
 
          สำหรับตำนานรักของคิวปิดและไซคีนี้ หากเราถอดความหมายจริง ๆ ก็จะพบว่า คู่รัก หรือแม้แต่สามีภรรยาจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ด้วยกันได้ก็ต่อเมื่อมีความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และหากเกิดอุปสรรคใด ๆ ขึ้นมา ก็ต้องฝ่าฟันอุปสรรค และในที่สุดก็จะพบกับความสุขที่แท้จริงนั่นเอง









Bonne fête du jour de la sainte valentin

สวัสดีวันวาเลนไทน์  Bonne fête du jour de la sainte valentin


ขอให้ทุกท่านที่มีความรักมีความสุขมากๆนะค่ะ ในวันวาเลนไทน์ปีนี้ รักกันให้มากๆ แล้วอย่าลืมรักประเทศไทยด้วยล่ะ กันนะจ้ะ
 เจ้าของบล็อกห่างหายไปนานจนดูเหมือนว่ามันจะร้าง ช่วงนี่เรียนหนักจริงๆค่ะ วันนี้ถือโอกาสมาโพสข้อมูลข่าวสารเรื่องวันวาเลนไทน์ซะหน่อย  หลายๆคนก็เขียนเกี่ยวกับวันวาเลนไทน์ต่างมุมมองกันไป ส่วนดิฉันขอพูดในมุมมองของคนฝรั่งเศสล่ะกันนะค่ะ ทุกข้อความพยามยามเรียบเรียงเป็นภาษาไทยที่อ่านง่ายที่สุดค่ะ
 le 14 février, 14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรักเรียกเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า Le jour de la Saint-Valentin  หรือ คนฝรั่งเศสเรียกกันว่า la fête des amoureux et de l'amitié วันแห่งความรักเหมือนบ้านเราค่ะ  คู่รักจะถือโอกาสวันนี้บอกรักคนที่เขารัก เรียกว่า les mots doux เหอๆ เจ้าของกระทู้ก็ยังไม่มีใครมาบอก เรโมดูร์แบบนี้หรอกค่ะ แต่วันนี้คึกอยากเขียนเรื่องนี้ซะงั้น   ต่อเถอะค่ะ    คนฝรั่งเศสก็เหมือนคนยุโรปทั่วไปนะค่ะ ให้ดอกกุหลาบสีแดง la rose rouge และ การ์ดวาเลนไทน์ cartes de vœux สถิติจาก wiki บอกว่าผู้หญิง 85 % ซื้อการ์
วาเลนไทน์ ให้คนรักกันนะค่ะ วันนื้เลยมาแปลคำอวยพร/ คำบอกรักภาษาฝรั่งเศส ลองดูนะค่ะว่าจะเหมือนคำหวานของคนไทยหรือเปล่า แต่ล่ะโคลงต่างเป็นกลอนของนักเขียนฝรั่งเศสชื่อดังทั้งนั้นเลยค่ะ



L’amour a son instinct,
il sait trouver le chemin du coeur
comme le  plus faible insecte
marche à sa fleur
avec une irrésistible volonté

Honoré de Blazac


ตวามรักเป็นโชคชะตาของแต่ล่ะคน

เขาต้องเป็นผู้ค้นพบเส้นทางแห่งความรักเอง

เหมือนกับแมลงตัวน้อยๆที่พยายามเกาะอยู่บนกลีบดอกไม้

ด้วยความเชื่อมั่นที่ไม่มีอะไรมาสั่นคลอนได้



L’amour est la seule passion qui ne souffre ni passé ni avenir


Honoré de Blazac
 ความรักเป็นความรู้สึกทรมานทั้งในอดีตและอนาคต



       L’amour ne donne de rien qui ne vienne de lui
     L’amour ne retire rien qui ne soit en lui
     L’amour ne captive pas d’advantage qu’il n’est captivé
     Car l’amour ne vit que dans l’amour
    Khalie Gibran

     ความรักจะไม่ให้อะไรคนที่ไม่รู้ค่าของความรัก
        ความรักจะไม่หวนกลับคืนมาสำหรับคนที่ไม่เชื่อมั่นในความรัก
       ความรักจะไม่หลอกล่อเอาประโยชน์จากผู้ที่ไม่หวังหากำไรจากความรัก
      เพราะความรักหล่อเลี้ยงชีวิตของมันด้วยความรัก





Je entends ta voix dans tous les bruits du monde


ฉันได้ยินเสียงของคุณ สอดแทรกอยู่ในเสียงทุกเสียงในโลกนี้
Paul  Eluard


แล้วก็คนคนนี้ทุกคนต้องรู้จักแน่ๆ คนเขียนเรื่องเจ้าชายน้อย
Aimer,ce n’est pas regarder l’un l’autre
c’est regarder ensemble dans la même direction


การที่เราจะรักใคร นั้นไม่ใช่การมองหาจากใครคนหนึ่งไปหาใครอีกคนหนึ่ง
ความรักคือการมองไปยังทิศทางเดียวกันในขณะเดียวกันต่างหาก
Antoine de Saint-Exupery

 

J’étais à toi  
J’étais à toi  peut-être  avant  de t’avoir vu
Ma vie, en se formant,fut promisse à la tienne
Ton nom m’en avertit par un trouble imprévu
Ton âme s’y cachant pour éveiller la mienne


ฉันเป็นของคุณเสมอมา
ฉันเป็นของคุณเสมอมา บางทีก่อนที่คุณจะรู้ซะอีก
ชีวิตของฉัน มันกำลังเริ่มต้นสร้าง ความหวังเล็กๆในการได้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุณ
ตัวตนของคุณ บอกเตือนฉันล่วงหน้าแล้วว่า จะต้องเจอปัญหาที่ไม่ควรพบเจอในชีวิตของคนแบบฉัน
จิตใจของคุณ ที่มันซ่อนอยู่ที่ไหนซักแห่งมันกำลังปลุกความรักของฉันขึ้นมา

 


 หนึ่งในกลอนหลายๆบทนี้ มันตรงกับชีวิตของคุณไหมค่ะ  สำหรับฉันมีกลอนบทหนึ่งตรงกับชีวติของฉันมากค่ะ


Je t’aime เฌอแตม อย่าลืมบอกรักคนที่คุณรักนะค่ะ สวัสดีวันวาเลนไทน์



ดอกไม้วันวาเลนไทน์

ดอกไม้วันวาเลนไทน์

            กุหลาบสีแดง : เป็นดอกกุหลาบที่แทนความหมายว่า "ฉันรักเธอ"  ถ้ามอบดอกกุหลาบสีแดงให้แก่คู้รักนั้นหมายความว่าคุณจริงจัง และอยากใช้ชีวิตที่เหลือร่วมกับเค้า - ดอกไม้วันวาเลนไทน์


            กุหลาบสีขาว : เป็นดอกไม้ที่แสดงถึงความบริสุทธิ์ ในความรักที่ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน - ดอกไม้วันวาเลนไทน์


            กุหลาบสีชมพู : เป็นตัวแทนของความโรแมนติกที่สุด แสดงถึงความรักที่กำลังจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ - ดอกไม้วันวาเลนไทน์


            กุหลาบสีเหลือง : ซึ่งสีเหลืองแสดงถึงความสดใส ส่วนมากจะนำไปเยี่ยมผู้ป่วย หรือมอบแทนความรู้สึกดี ๆ ให้แก่เพื่อน - ดอกไม้วันวาเลนไทน์



            ดอกทิวลิปสีแดง : เป็นการแสดงออกถึงความรักอย่างเปิดเผย - ดอกไม้วันวาเลนไทน์


            ดอกคาร์เนชั่นสีชมพู :ใช้แทนความหมายว่า  "ถึงอย่างไรผมก็ยังรักคุณ" หรือ "คุณยังอยู่ในหัวใจฉันเสมอ" - ดอกไม้วันวาเลนไทน์



            ดอกลิลลี่สีขาว :  แสดงถึงความรักที่บริสุทธิ์ เฉกเช่นเดียวกับกุหลาบขาว นอกจากนั้นยังแสดงบถึงความรักที่อ่อนหวานและจริงใจ หรืออาจจะแทนความหมายว่า "ฉันรู้สึกดี ๆ ที่ได้รู้จักและอยู่ใกล้คุณ" - ดอกไม้วันวาเลนไทน์



            ดอกฟอร์เก็ตมีน๊อต: มีความหมายลึกซึ้งว่า รักแท้   หรืออาจะสื่อความหมายว่า ได้โปรดอย่าลืมฉัน และอย่าลืมความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีให้กัน - ดอกไม้วันวาเลนไทน์


อย่าลืมนำดอกไม้เหล่านี้ ที่สื่อถึงความหมายดีๆให้กับคนพิเศษของคุณ

Bonne fête du jour de la sainte valentin

Valentine’s Day

วันวาเลนไทน์ Valentine’s Day 
วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
และตรงกับวันมาฆบูชา


วันแห่งความรัก ประวัติวันวาเลนไทน์ Valentine’s Day
วันวาเลนไทน์ วันแห่งความรักนวลสงวนตัว

      ในปัจจุบันวัยรุ่นมีค่านิยมเรื่องวันแห่งความรักตามสมัยนิยม  อย่างเช่นวันวาเลนไทน์ ซึ่งตามประวัติแล้วเขาต้องการให้รักเพื่อนมนุษย์ แต่คนรุ่นใหม่ตีความหมายพลาดไป แล้วสร้างค่านิยมใหม่เรื่องความรัก และการมีความสัมพันธ์กัน โดยที่ยังไม่ตกลงนับถือกันเป็นคู่ชีวิต หรือทำเพื่อความสนุกสนาน ถือว่าเป็นค่านิยมที่ผิดทีเดียว เพราะความรักเป็นของสูงส่ง มิใช่ของสำส่อนเหมือนดังที่สัตว์บางประเภทประพฤติอยู่เป็นปกติ

       ในการแก้ไขนั้นเราต้องเลิกค่านิยมนี้ และชักชวนกันศึกษาธรรมะ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ ถึงโทษ ความผิดศีล ผิดธรรม หรือแม้กระทั่งผิดกฎหมาย ส่งเสริมค่านิยมที่ถูกต้องในวันวาเลนไทน์ บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อบิดามารดา และสังคม แทนที่จะหมกมุ่นอยู่กับเรื่องกามารมณ์ หรือสิ่งที่พาให้ใจไขว้เขว ฟุ้งซ่าน เพียงเท่านี้ ชีวิตก็จะมีคุณค่า และเป็นแบบอย่างที่ดีของโลก เพราะหากเรามีความรักที่แท้จริงให้แก่กัน เราย่อมมีความสุขุมเพียงพอที่จะเก็บรักษาสิ่งสำคัญนี้ ไว้เพื่อคนสำคัญของเรา ในโอกาสที่ถูกทำนองคลองธรรม และไม่เป็นการทำร้าย หรือทำลายกัน - วันวาเลนไทน์ วันแห่งความรักนวลสงวนตัว

     วันแห่งความรัก หรือวันวาเลนไทน์ Valentine’s Day แท้จริงแล้วคือวันรักนวลสงวนตัว ตามเจตนารมณ์เดิม ว่าเป็นวันแสดงความรักแก่เพื่อนมนุษย์ ในวันวาเลนไทน์เราควรแสดงความรัก ความปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์ แต่ในเมื่อยุคสมัยได้บิดเบือนเจตนารมณ์ดั้งเดิมให้กลายเป็นเรื่องของเพศสัมพันธ์ไป เราต้องช่วยกันนำกลับไปสู่จุดดั้งเดิม คือสร้างความเข้าใจ และแบบแผนอันดีงามขึ้นมาใหม่ในวันวาเลนไทน์

       แม้แต่การทดลองอยู่ร่วมกันก่อนแต่งงานนั้นก็ไม่ถูกหลักวิชชา เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องของการทดลองทางวิทยาศาสตร์  แสดงให้เห็นว่ายังขาดความเข้าใจว่า ความรักมีเพื่อสิ่งใด ชีวิตคู่ไม่ใช่ของลองเล่น แต่เป็นสิ่งสูงส่ง เป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์ที่จะให้กายละเอียด ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ เพื่อสร้างบารมี และยกฐานะของเรา จากคู่รัก เป็นสามีภรรยา เป็นบิดาบารดา เป็นครู เป็นเทวดา กระทั่งเป็นพระพรหม พระอรหันต์ในบ้าน ยกระดับไปตามขั้นตอน อย่างนี้จึงจะถูกหลักวิชชา - วันวาเลนไทน์ วันแห่งความรักนวลสงวนตัว


ความรักทรงกลม เรื่องของความรักดีๆ ในวันวาเลนไทน์นี้ Valentine’s Day

      ความรักเป็นสิ่งที่ทุกผู้ทุกนามพึงมี บางคนรักแต่ตัวเอง รักอย่างนี้เรียกว่า "รักเห็นแก่ตัว" บางคนรักแค่คู่ครอง รักแค่ครอบครัว ก็จัดเป็นความรักแบบ "หางรัก" บางคนรักคนรอบตัวเพิ่มขึ้นไปอีกนิดก็เป็น "รักที่ยังไม่กว้าง" บางคนเลือกที่จะรัก จัดเป็นความรักแบบ "ลำเอียงรัก" ความรักเหล่านี้เป็นความรักแคบๆ ทั้งสิ้น เป็นเพียงเศษแห่งรัก ความรักกว้าง ๆ เป็นอย่างไร เป็นความรักชนิดไหน…
ความรักดีๆ ในวันวาเลนไทน์นี้ 
      ทุกคนสามารถเข้าถึงความรักชนิดนี้ได้หรือไม่ อย่างไร รักหลากแบบ บางคนมองความรักไว้เพียงชาติเดียว มุ่งสะสมสมบัติ ชื่อเสียง เกียรติยศ ไม่ศึกษาธรรมะของพระพุทธองค์ ทำให้ไม่รู้บุญรู้บาป ไม่รู้ดีรู้ชั่ว ถ้าจะสุขก็สุขเพียงเล็กน้อย สุขได้อย่างเก่งก็แค่ชาติเดียว ชาติต่อไปอาจจะทุกข์อย่างมหันต์ก็ได้ คนรักตัวเอง 2 ชาติคือ ชาตินี้ กับชาติหน้า จึงจัดเป็นบัณฑิตได้ระดับหนึ่ง บุคคลประเภทนี้จะทำความดีเผื่อไว้ชาติหน้า บางคนรักตัวเองทุกชาติ รักที่จะข้ามห่วงแห่งทุกข์เข้าสู่ฝั่งพระนิพพาน จึงจัดเป็นบัณฑิตอย่างยิ่ง บุคคลประเภทนี้จะทำความดีอย่างยิ่งยวด บางคนนอกจากรักตัวเองทุกชาติแล้ว ยังปรารถนาให้สัตว์ทั้งหลายมีสุข พ้นทุกข์ เฉกเช่นเดียวกับตน มีความเมตตากรุณาแก่เหล่าสัตว์โดยทั่วหน้า บุคคลประเภทนี้จะเป็นใครอื่นไปไม่ได้ นอกจากพระโพธิสัตว์เจ้าเท่านั้น ความรักอย่างนี้จัดเป็นความรักสูงสุด ความรักสูงสุดต้องเป็นความรักที่เท่าเทียม ไม่เลือกชนชั้นวรรณะ เป็นรักที่ไร้อคติ เป็นความรักกว้างขวางที่แผ่ขยายไปอย่างไม่มีขอบเขต เป็นความรักทรงกลม เป็นความรัก 360 องศา เป็นรักรอบตัว เป็นความรักที่มอบแก่สรรพสัตว์โดยปราศจากความกำหนัดยินดีและแผ่ขยายรอบตัวต่อไปอีกอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ดังคำของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย ที่ว่า "เหมือนเป็นทรงกลมที่ไม่มีเส้นรอบวง" ความรักชนิดนี้เป็นความรักที่กว้างขวางยิ่งใหญ่ ไม่เป็นความรักที่พุ่งหาเฉพาะใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นความรักที่แผ่ขยายรอบตัว เหมือนเป็นพลังมวลแห่งความบริสุทธิ์ที่ขยายกว้างออกไปพร้อม ๆ กันทั้ง 360 องศา ความรักประเภทนี้ผู้เขียนขอเรียกสั้น ๆ ว่า "ความรักทรงกลม" - ข้อคิดดี - ดี เรื่องความรักในวันวาเลนไทน์

วันวาเลนไทน์ วันแห่งความรักนวลสงวนตัว

         ความรักทรงกลม… ความรักทรงกลมนี้เป็นความรักสูงสุด มนุษย์ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ด้วยการทำใจให้หยุดนิ่ง สงบเป็นสมาธิ(Meditation) จนเข้าถึงภาวะแห่งความรักทรงกลม คือ เข้าถึงดวงธรรมภายใน ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 (อยู่กลางตัวเหนือสะดือขึ้นมา 2 นิ้วมือ) ยิ่งดวงธรรมแผ่ขยายไปถึงไหน ความรักและความปรารถนาดีอันบริสุทธิ์ก็ไปถึงนั่น เป็นความรักมาตรฐาน รักที่อมตะ เป็นความสุขแท้ทั้งผู้รับและผู้มอบ เป็นความรักที่ท้าทายการเข้าถึง ซึ่งอยู่ในตัวของท่านเอง


เรื่องของความรักวันวาเลนไทน์ Happy Valentine’s Day
      วันวาเลนไทน์ Valentine’s Day  ความรักนี่เป็นอารมณ์อย่างหนึ่ง ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นมาแล้วถือว่า ส่งผลต่อความรู้สึกนึกคิดของคนคนนั้นอย่างมากเลย เราจะเห็นว่า บทเพลงเอย บทกวีเอยในโลกส่วนใหญ่ก็เกี่ยวกับเรื่องความรักความใคร่ต่างๆ เป็นส่วนใหญ่ ยิ่งคนในวัยหนุ่มวัยสาว อารมณ์ในเรื่องนี้ก็จะยิ่งแรงเป็นพิเศษ พูดถึงเรื่องความรักยังจำได้สมัยเรียนมัธยมมีบทพระราชนิพนธ์ของราชการที่ 6 ที่พูดเรื่องของความรัก

    “ความเอ๋ยความรัก เริ่มสมัครชั้นต้น ณ หนไหน เริ่มเพราะเหมาะกลางหว่างหัวใจ หรือเริ่มในสมองตรองจงดี แรกจะเกิดเป็นไฉนใครรู้บ้าง อย่าอำพรางตอบสำนวนให้ควรที่ ใครถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงราตรี ผู้ใดมีคำตอบขอบใจเอย”

คราวนี้มีอีกอันหนึ่งที่ให้ข้อคิดเกี่ยวกับเรื่องความรักดีเหมือนกัน เขาบอกว่า

    “จะหักอื่นฝืนหักก็จักได้ หักอาลัยนี้ไม่หลุดสุดจะหัก สารพัดตัดขาดประหลาดนัก แต่ตัดรักนี้ไม่ขาดประหลาดใจ”

       บางคนพอมีความรักเกิดขึ้น เรียกว่าถ้าเกิดผิดหวังอกหักแล้วละก็เรียกว่ามองฟ้าฟ้าก็หม่นหมอง มองดินดินก็เศร้า ดูต้นไม้ใบหญ้าดูมันแย่ไปหมด อารมณ์มันจะเกาะอยู่กับเรื่องนั้นตัดใจไม่ขาดเลย แล้วถ้าเกิดคนรักกันชอบกันตีห่างกันไปเป็นปี 3 ปี 5 ปี ไปอยู่ต่างประเทศอยู่ต่างถิ่นต่างแดนยังไง ก็ยังมีความอาลัยรักถึงกัน ถึงอารมณ์รักเป็นอารมณ์ที่มีพลานุภาพค่อนข้างจะรุนแรงมาก ทั้งทางบวกและทางลบ ผิดหวังมาบางทีทำเรื่องร้ายๆได้ ถ้าฉันไม่ได้ใครก็อย่าได้เลย ทำลายแทนอันนี้ก็มีข่าวคราวกันอยู่ จากความรักเป็นความแค้นก็แค่เส้นใยเดียวเหมือนกัน - ข้อคิดดี - ดี เรื่องความรักในวันวาเลนไทน์

วันวาเลนไทน์ วันแห่งความรักนวลสงวนตัว

อารมณ์รัก ความรักในวันวาเลนไทน์

       อารมณ์รัก ศัพท์ทางบาลีใช้คำว่า สิเน่หา แปลเป็นไทยว่าเสน่ห์ๆ บาลีสิเน่หา ถ้าใจเกาะอารมณ์นี้เมื่อไหร่ มันจะคล้ายๆ ลิงติดตัง เราเคยรู้จักลิงติดตัง ถ้าคนสมัยก่อนจะนึกออกนะ เวลาเขาจะจับลิงป่า เขาจะเอาตังคือน้ำมันเคี่ยวจนข้นเหนียวๆ ยางไม้ จนเหนียว เหมือนกับกาวเหนียว แล้วก็ไปวางเอาไว้ โดยลิงมันจะชอบเลียนแบบคน มันจะแอบดูว่าคนทำยังไง เขาก็จะวางไว้เสร็จเรียบร้อยก็จะทำเป็นเอามือไปจับๆ แตะๆ แล้วเดี๋ยวซักพักคนก็เดินไป พอคนเดินไป ลิงมันเหลียวซ้ายแลขวาไม่เห็นคนแล้วมันจะเริ่มไต่ต้นไม้ลงมา ต้นมะพร้าวลงมาถึงมันก็มาลองแตะดู พอมันแตะมือก็ติดดึงไม่ออก มันก็เอามืออีกมือหนึ่งมายัน เพื่อ จะยันดึงมือแรกออก แต่กลับติดทั้งสองมือ เอาขาช่วยอีกขามาช่วยยันขาที่ 3 อยู่อีก เอาขาที่ 4 มายัน 4 ขาอยู่หมดเลยเอาหัวไปดัน ปรากฏว่าทั้ง 2 แขน 2 ขาและ 2 มือ 2 เท้า แล้วก็หัวติดจุกอยู่ตรงนั้นเอง ชาวบ้านก็ออกมาจับหิ้วไป ใส่ปลอกคอไปล่ามโซ่เป็นลิงเลี้ยงสบายไปเลย นี่แหละคือลิงติดตัง อารมณ์ของใจเหมือนกัน ปกติใจคนเรามันจะเพลิดเพลินในอารมณ์ต่างๆ เดี๋ยวคิดถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้เปลี่ยนไปเรื่อยๆนี่ใช่ไหม แต่พอเจออารมณ์รักเมื่อไหร่ ไปถามหนุ่มถามสาวดูจะรู้ดีเดียวกลายเป็นลิงติดตัง หลับตาลืมตาฝ่ายหนุ่มเห็นแต่หน้าสาวลอยมา ฝ่ายสาวเห็นแต่หน้าหนุ่มลอยมาคิดเรื่องอื่นไม่ออกแล้วดูไปที่ไหนก็เห็นแต่หน้าเขาลอยมาใจมันหมกหม่น วนอยู่กับอารมณ์ สิเน่หา แปลว่า ยางเหนียว ให้เรารู้กันว่าเรื่องความรักอารมณ์ สิเน่หาไม่ธรรมดา เพราะฉะนั้นเราเองระวังว่า อย่าให้เป็นลิงติดตังเสร็จแล้วก็ถูกจูงไปในทางที่ไม่ดีได้ก็แล้วกัน - ข้อคิดดี - ดี เรื่องความรักในวันวาเลนไทน์


ธรรมะดีๆ ในวันวาเลนไทน์ Valentine’s Day 

        ความรักที่จะเกิดผลดี คือเปลี่ยนพลังขับเคลื่อนที่รุนแรงไปในทางสร้างสรรค์ได้ จะต้องไปคู่กับความรับผิดชอบ ถ้าปล่อยให้อารมณ์สิเน่หาดึงเราเพลิดไปตามอารมณ์ เกิดผลเสียได้เยอะ แต่ถ้าเกิดเมื่อไหร่เกิดมาคู่กับความรับผิดชอบ ซึ่งมันก็คือการจะไม่มองอะไรไกลขึ้นกว่าความต้องการเฉพาะหน้า ถ้าอย่างนี้แล้วละก็เราสามารถเปลี่ยนอารมณ์นี้ไปในทางสร้างสรรค์ได้ อย่างมีพระเดชพระคุณพระผู้ใหญ่รูปหนึ่งซึ่ง ท่านก็ฟังมาจากพระอาจารย์ท่านอีกต่อหนึ่ง ซึ่งพระอาจารย์รูปนั้นเคยเป็นอุปัฏฐากเป็นพระเลขาส่วนตัวของพระเดชพระคุณ หลวงปู่วัดปากน้ำ ตอนหลังมาเป็นเจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม ท่านพระเดชพระคุณพระราชโมลีองค์ก่อน องค์ปัจจุบันคือพระเดชพระคุณพระธรรมกิตติวงศ์ ซึ่งเป็นอุปัชฌาย์ของธรรมทายาท ท่านเจ้าคุณพระราชโมลีท่านเล่าให้ฟังว่า ท่านนายห้างสวัสดิ์ โอสถานุเคราะห์ ซึ่งเป็นนักธุรกิจใหญ่ที่ประสบความสำเร็จมาก เริ่มต้นตอนทีท่านยังหนุ่มฐานะก็ยังธรรมดานะ ไม่ได้เป็นคนมีฐานะ แต่ฝ่ายภรรยาคือ คุณหญิงล้อม เป็นลูกเจ้าสัวมีฐานะดีมากเลย ผู้หญิงสมัยก่อนต้องฟังคุณพ่อคุณแม่ คุณพ่อคุณแม่ก็ไปให้หมอดูช่วยดูดวงให้ก็บอกว่าแต่งไม่ได้นะ แต่งแล้วจะแย่จะอย่างงั้นจะอย่างงี้ ล่มจมอะไรสารพัดอย่าง แต่ว่าคุณพ่อคุณแม่ของฝ่ายหญิง มีความเคารพพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำมาก ก็เลยมากราบถามพระเดชพระคุณหลวงปู่ถามว่าจะเอายังไงดี พระเดชพระคุณหลวงปู่ท่านหลับตานิ่งๆ พักเดียวท่านบอกว่า แต่งเลยแต่งแล้วจะรวย สวนหมออื่นทั้งหมด แต่ความที่คุณพ่อคุณแม่ฝ่ายหญิงเคารพหลวงปู่มากพอฟังก็เลยอนุญาตให้แต่ง ฝ่ายหญิงฐานะดี ฝ่ายชายธรรมดา แต่พอแต่งจากความรักที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบ ฝ่ายชายรู้สึกว่า ฝ่ายหญิงเหมือนดอกฟ้าโน้มกิ่งมาหาเรา ให้โอกาสให้เกียรติเราขนาดนี้ เราต้องรับผิดชอบ ทุ่มเททำงานอย่างหนัก วิริยะอุตสาหะรับผิดชอบครอบครัว ให้เกียรติฝ่ายหญิงตลอดชีวิต ไม่ใช่ชอบตอนสวยๆ สาวๆแล้วพอมีอายุขึ้นมาแล้วมีลูกขึ้นมาแล้วละก็ไม่สนใจใยดี ไปหาเล็กไปหาน้อยไม่ใช่อย่างนั้นนะคือรับผิดชอบตลอดชีวิตเลย - ข้อคิดดี - ดี เรื่องความรักในวันวาเลนไทน์

วันวาเลนไทน์ วันแห่งความรักนวลสงวนตัว 

       ส่วนฝ่ายหญิง เรียกว่า เป็นหญิงแม่ศรีเรือนดูแลทุกอย่างไว้อย่างดีเหมือนกัน ฝ่ายชายหาทรัพย์มอบให้ฝ่ายหญิงดูแลการเงินหมด เป็นใหญ่ในบ้านมอบทรัพย์ให้ ฝ่ายหญิงก็จัดการดูแลทุกอย่างอย่างดี เอาไปใช้ซื้อที่ซื้อทางลงทุนทุกอย่าง จนเจริญงอกงามขึ้นมา สุดท้ายเป็นมหาเศรษฐีเป็นพันเป็นหมื่นล้านเลย นี่คือการเปลี่ยนพลานุภาพของความรัก ที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบ ให้เป็นพลังขับเคลื่อน ไปสู่ความวิริยะอุตสาหะในการสร้างฐานะสร้างตัว แล้วก็ประสบความสำเร็จ ความรัก ที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบจะยั่งยืน


วันวาเลนไทน์ วันแห่งความรักนวลสงวนตัว

      แต่ถ้าเกิดความรักแบบหนุ่มๆ สาวๆ แค่ชั่วครั้งชั่วคราว บางทีผ่านไปคืน 2 คืนยังไม่รู้อีกฝ่ายหนึ่งชื่ออะไร เพราะฉะนั้น อย่าดูเบาเรื่องความรักเพราะเกิดขึ้นมาทีแล้วละก็ฤทธิ์เดชมันเหลือเกิน พุทธเจ้าท่านบอกไว้เลย สิเหน่หาคือยางเหนียว แค่นิดเดียวอารมณ์นั้นอยู่เลย ไม่หลุดไปอารมณ์อื่น เรารู้อย่างนี้แล้วอย่าเผลอใจ ถ้าเกิดอยู่ในวัยเรียนแล้วละก็หลีกเลี่ยงก่อนยังไม่ถึงเวลาบอกตัวเอง คือมันมีจุดเริ่มต้น ถ้าเกิดระวังตัวแล้วละก็ไม่ให้เราถลำลึกลงไป แต่พอถลำใจไปแล้วมันจะรั้งกลับยาก สมัยก่อนบางทีหอบข้าวหอบของหนีตามหนุ่มไปทิ้งพ่อทิ้งแม่ไปอยู่กับหนุ่มเพราะมันรั้งอารมณ์กลับมาไม่ไหว สำคัญคือ อย่าให้ถลำลงไป ยังไม่ถึงเวลา วัยเรียนต้องเรียนดีกว่าอย่าเพิ่งไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ เอาให้จบก่อน ฟังอย่างนี้บางท่านอาจจะบอกว่า พระอาจารย์เชย เดี๋ยวนี้นี่ไม่ต้องถึงมหาวิทยาลัยหรอก แค่มัธยมเขาก็มีกันหมดไม่มีอยู่คนเดียว เอาเถอะเขาจะว่าเราเชยไม่เชยปล่อยไปเถอะเดี๋ยวถ้าเกิดว่าเรารู้จักเวลา รู้จักวัย นึกถึงคุณพ่อคุณแม่เยอะๆ นึกถึงอนาคตเยอะๆ เราจะเป็นคนที่มีค่าแล้วก็ประสบความสำเร็จ ในชีวิตการครองเรือนในอนาคต แต่คนไหนปล่อยใจให้วูบวาบไปทั้งที่วัยยังไม่ถึงเวลา ปล่อยไปตามอารมณ์อย่างเดียวไม่นึกถึงความรับผิดชอบอะไร สนุกวันนี้จะต้องน้ำตาตกวันหลัง เพราะฉะนั้น ย้ำอีกครั้ง จะใช้พลังของความรักไปในทางสร้างสรรค์ได้ จะต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบ มองไกลๆรอให้ถึงเวลา ให้เราโตพ้นวัยการศึกษาเสียก่อน - ข้อคิดดี - ดี เรื่องความรักในวันวาเลนไทน์
ข้อคิดดีๆ ในวันวาเลนไทน์
ถ้าเกิดเหตุกระทบกระทั่งกัน จะวิธีขอโทษอย่างไร
       เนื่องจากอารมณ์รักมันแรงเหมือนรถมันวิ่งเร็ว ถ้ามันวิ่งช้าๆจะเฉียดจะเฉี่ยวหน่อยมันก็ไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่พอวิ่งแรงๆ เกิดอุบัติเหตุทีมันจะแรงนะ เหมือนกันคนบางทีอารมณ์รักหวานชื่น แต่ถึงคราวพอเกิดอะไรขึ้นมามีความรู้สึกเหมือนว่าเหมือนแก้วมันร้าวไปแล้ว ชาตินี้คงยากจะประสานกันได้เหมือนเดิม มันร้าวมันแตกไปแล้ว แต่ว่าจริงๆแล้ว แก้วจะแตกจะร้าวจะประสานกันได้หรือไม่มันขึ้นอยู่กับใจ ถ้าใจเกาะติดเรื่องนั้นแล้วก็เกาะติดกับความรู้สึกเดิมๆนะมันก็เหมือนกับแก้วร้าวประสานแล้วมันก็แค่เชื่อมๆ มันไม่เหมือนเดิม แต่ถ้าเกิดใจมันโปร่งขึ้นมา ไม่ได้ยึดติดกับเรื่องนั้น มันก็พร้อมจะประสานให้เหมือนเดิม แก้วร้าวไปเข้าโรงงานหลอมมาเป็นแก้วใบใหม่ เพราะฉะนั้นจะเป็นอย่างไรก็สุดแท้แต่ใจของคุณนั่นเอง ถ้าเกิดว่าใจใสสว่างแล้วก็ไม่ถือในความผิดพลาดในเรื่องที่ผ่านๆ มาแล้ว ทุกอย่างก็จะเป็นเรื่องเล็ก หัวใจหลักการอยู่ตรงนี้ ดีที่สุดชวนกันเข้าวัดปฏิบัติธรรม ให้เป็นคู่บุญคู่บารมี ไม่ใช่ว่าเป็น คู่ทุกข์คู่ยาก เอาเป็นคู่บุญคู่บารมีดีกว่า คู่ทุกข์คู่ยาก ไม่ต้องห่วงพี่จะเลี้ยงด้วยลำแข้ง อย่างนี้ท่าจะแย่อย่างนี้เข้าวัดปฏิบัติธรรม แล้วก็รู้จักเรื่องบุญเรื่องกุศลเรื่องการทำความดี มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งเหมือนกัน ทำให้ใจนุ่มนวลอ่อนโยนทั้งคู่ มีธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจ ชีวิตครอบครัวเจริญก้าวหน้าหน้าที่การงานทุกอย่างดีหมด อย่างนี้ถึงจะดี - ข้อคิดดีๆ ในวันวาเลนไทน์
เดือนแห่งความรัก เทศกาลวันวาเลนไทน์ Valentine’s Day 
    วันวาเลนไทน์ เดือนกุมภาพันธ์ เป็นเดือนที่อบอวลไปด้วยการแสดงถึงความรัก ความห่วงใยถึงคนที่เราปรารถนาดีและอยากให้เขามีความสุข และเป็นที่รับรู้กันทั่วโลก ว่าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันแห่งความรักหรือวันวาเลนไทน์ (Valentine’s Day) อันว่าความรักนั้น เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์มาช้านาน และมนุษย์ทุกคนล้วนมีความรักอยู่ภายในใจมากหรือน้อยแตกต่างกันไป

14 กุมภา วันวาเลนไทน์ 

     แล้วความรักคืออะไร ผู้อ่านหลายท่านคงมีคำตอบสำหรับตนเองอยู่แล้ว บางคนอาจตอบว่าความรักคือ ความรู้สึกซึ่งมีความรู้สึกหลายๆ แบบปนกันอยู่ ความรัก คือ สิ่งเติมเต็มให้ชิวิตไม่รู้สึกขาดอะไรไปอย่างหนึ่ง บางคนอาจตอบว่าความรัก เป็นนามธรรมที่มองไม่เห็นเเต่สามารถสัมผัสได้ด้วยหัวใจ บางคนอาจตอบว่า ความรักคือทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิต เป็นต้น ส่วนคำว่า “รัก” ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน   พุทธศักราช 2525 มีความหมายว่า “ชอบอย่างผูกพันพร้อมด้วยความชื่นชมยินดี” ส่วนในภาษาอังกฤษนั้น จะขอยกตัวอย่างของคำว่า "LOVE" จากหนังสือชื่อ New Model English - Thai Dictionary  โดยดูหลักในการนำพยัญชนะมาผสมรวมเป็นคำ และความประสงค์ของผู้บัญญัติศัพท์ว่า LOVE โดยการเรียงพยัญชนะ  ก็จะพบกับความหมายใหม่ ดังนี้


L  ตัวแรก น่าจะหมายถึง  Lake  of  sorrow   ทะเลสาบแห่งความเศร้าโศก
O ตัวที่สอง  น่าจะหมายถึง Ocean  of  tear   ห้วงทะเลแห่งน้ำตา
V ตัวที่สาม  น่าจะหมายถึง  Vagen  of  death   หุบเขาแห่งความตาย
E ตัวที่สี่  น่าจะหมายถึง  End  of  life  จุดจบของชีวิต          

วันวาเลนไทน์ วันแห่งความรักนวลสงวนตัว

วันวาเลนไทน์  Happy Valentine’s Day

      ถ้าหากความรักมีความหมายตามแบบการผสมอักษรดัง 4 ตัวข้างต้นนั้น ความรักจะเป็นสิ่งสวยงามได้จริงหรือ เพราะความหมายของคำว่า LOVE นั้นก็บอกอยู่ว่ามันไม่ได้เป็นสิ่งสวยงามเลยซักเท่าใด แต่ในทางพระพุทธศาสนาแล้วมีหลักคำสอนที่สำคัญประการหนึ่งเกี๋ยวกับความรัก นั้นคือหลักความเมตตา หรือความรักความปรารถนาดีต่อคนอื่น หรือในความหมายที่กว้างออกไป คือความรักที่มีต่อมนุษย์ด้วยกัน ตลอดถึงสรรพสัตว์ที่เป็นเพื่อนทุกข์  เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น  ในทางพระพุทธศาสนาได้กล่าวถึงการเกิดของความรักไว้หลายนัยด้วยกัน แต่ในที่นี้ขอนำมากล่าวเพียง 2 ประการ คือ

     1.  ปุพเพสันนิวาส  การอยู่ร่วมกันในอดีตชาติ คือการที่เคยอยู่ร่วมกันมา เคยคบหาสนิทสนมชอบพออัธยาศัยกันมา หรือเคยเลี้ยงดูกันมา เคยทำบุญเกื้อหนุนกัน เมื่อมาพบกันในชาตินี้ แม้ในคราวแรกพบก็เกิดความนิยมชมชอบรู้สึกสนิทสนมคุ้นเคยอย่างรวดเร็ว หรือที่เรียกว่า "รักแรกพบ" นั้นเอง โดยที่หาสาเหตุไม่ได้ว่าทำไมจึงนิยมชมชอบบุคคลผู้นั้นอย่างจริงๆ จังๆ  ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบเห็น

    2. การช่วยเหลือเกื้อกูลกันในชาติปัจจุบัน เป็นเหตุผลที่ชัดเจนอยู่ในตัว คือการเกื้อกูลกันในปัจจุบันนั้นคือทำให้เกิดความสนิทสนมรักใคร่ไว้วางใจใน ฐานะเป็นกัลยาณมิตร คือการแสดงออกในรูปของการอุปการะร่วมสุขร่วมทุกข์แนะนำประโยชน์ และมีความรักใคร่ เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน จึงเกิดความรัก ความเมตตาต่อกันขึ้น


ดอกไม้วันวาเลนไทน์

            กุหลาบสีแดง : เป็นดอกกุหลาบที่แทนความหมายว่า "ฉันรักเธอ"  ถ้ามอบดอกกุหลาบสีแดงให้แก่คู้รักนั้นหมายความว่าคุณจริงจัง และอยากใช้ชีวิตที่เหลือร่วมกับเค้า - ดอกไม้วันวาเลนไทน์

            กุหลาบสีขาว : เป็นดอกไม้ที่แสดงถึงความบริสุทธิ์ ในความรักที่ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน - ดอกไม้วันวาเลนไทน์
 
            กุหลาบสีชมพู : เป็นตัวแทนของความโรแมนติกที่สุด แสดงถึงความรักที่กำลังจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ - ดอกไม้วันวาเลนไทน์

            กุหลาบสีเหลือง : ซึ่งสีเหลืองแสดงถึงความสดใส ส่วนมากจะนำไปเยี่ยมผู้ป่วย หรือมอบแทนความรู้สึกดี ๆ ให้แก่เพื่อน - ดอกไม้วันวาเลนไทน์

            ดอกทิวลิปสีแดง : เป็นการแสดงออกถึงความรักอย่างเปิดเผย - ดอกไม้วันวาเลนไทน์

            ดอกคาร์เนชั่นสีชมพู :ใช้แทนความหมายว่า  "ถึงอย่างไรผมก็ยังรักคุณ" หรือ "คุณยังอยู่ในหัวใจฉันเสมอ" - ดอกไม้วันวาเลนไทน์

            ดอกลิลลี่สีขาว :  แสดงถึงความรักที่บริสุทธิ์ เฉกเช่นเดียวกับกุหลาบขาว นอกจากนั้นยังแสดงบถึงความรักที่อ่อนหวานและจริงใจ หรืออาจจะแทนความหมายว่า "ฉันรู้สึกดี ๆ ที่ได้รู้จักและอยู่ใกล้คุณ" - ดอกไม้วันวาเลนไทน์

            ดอกฟอร์เก็ตมีน๊อต: มีความหมายลึกซึ้งว่า รักแท้   หรืออาจะสื่อความหมายว่า ได้โปรดอย่าลืมฉัน และอย่าลืมความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีให้กัน - ดอกไม้วันวาเลนไทน์



วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

วันมาฆบูชา


วันมาฆบูชา (บาลี: มาฆปูชา; อักษรโรมัน: Magha Puja) เป็นวันสำคัญของชาวพุทธเถรวาทและวันหยุดราชการในประเทศไทย[1] "มาฆบูชา" ย่อมาจาก "มาฆปูรณมีบูชา" หมายถึงการบูชาในวันเพ็ญกลางเดือนมาฆะ ตามปฏิทินของอินเดีย หรือเดือน 3 ตามปฏิทินจันทรคติของไทย (ตกช่วงเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคม) ถ้าในปีใดมีเดือนอธิกมาส คือมีเดือน 8 สองหน (ปีอธิกมาส) ก็เลื่อนไปทำในวันเพ็ญเดือน 3 หลัง (วันเพ็ญเดือน 4)
วันมาฆบูชา ได้รับการยกย่องเป็นวันสำคัญทางศานาพุทธเนื่องจากเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อ 2,500 กว่าปีก่อน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ท่ามกลางที่ประชุมมหาสังฆสันนิบาตครั้งใหญ่ในพระพุทธศาสนา โดยมีเหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกัน 4 ประการ คือ พระสงฆ์สาวกที่มาประชุมพร้อมกันทั้ง 1,250 รูปนั้นได้มาประชุมกันยังวัดเวฬุวันโดยมิได้นัดหมาย, พระสงฆ์ที่มาประชุมทั้งหมดต่างล้วนเป็น "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" หรือผู้ได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าโดยตรง, พระสงฆ์ทั้งหมดที่มาประชุมล้วนเป็นพระอรหันต์ผู้ทรงอภิญญา 6, และวันดังกล่าวตรงกับวันเพ็ญมาฆปุรณมีดิถี ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ดังนั้นจึงมีคำเรียกวันนี้อีกคำหนึ่งว่า "วันจาตุรงคสันนิบาต" หรือ วันที่มีการประชุมพร้อมด้วยองค์ 4
เดิมนั้นไม่มีการประกอบพิธีมาฆบูชาในประเทศพุทธเถรวาท จนมาในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) พระองค์ได้ทรงปรารภถึงเหตุการณ์ครั้งพุทธกาลในวันเพ็ญเดือน 3 ดังกล่าวว่า เป็นวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญยิ่ง ควรมีการประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนาเพื่อเป็นที่ตั้งแห่งความศรัทธาเลื่อมใส จึงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชกุศลมาฆบูชาขึ้นโดยการประกอบพระราชพิธีคงคล้ายกับวันวิสาขบูชา คือมีการบำเพ็ญพระราชกุศลต่าง ๆ มีการพระราชทานจุดเทียนตามประทีปเป็นพุทธบูชาในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระอารามหลวงต่าง ๆ เป็นต้น โดยในช่วงแรกพิธีมาฆบูชาคงเป็นการพระราชพิธีภายใน ยังไม่แพร่หลายทั่วไป จนต่อมาความนิยมจัดพิธีมาฆบูชาจึงได้ขยายออกไปทั่วราชอาณาจักร
ปัจจุบันวันมาฆบูชาได้รับการประกาศให้เป็นวันหยุดราชการในประเทศไทย โดยพุทธศาสนิกชนทั้งพระบรมวงศานุวงศ์พระสงฆ์ และประชาชน จะมีการประกอบพิธีต่าง ๆ เช่น การตักบาตร การฟังพระธรรมเทศนา การเวียนเทียน เป็นต้น เพื่อเป็นการบูชารำลึกถึงพระรัตนตรัยและเหตุการณ์สำคัญดังกล่าว ที่ถือได้ว่าเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงประทานโอวาทปาฏิโมกข์ ซึ่งกล่าวถึงหลักคำสอนอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ได้แก่ การไม่ทำความชั่วทั้งปวง การบำเพ็ญความดีให้ถึงพร้อม และการทำจิตของตนให้ผ่องใส เพื่อเป็นหลักปฏิบัติของพุทธศาสนิกชนทั้งมวล
นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2549 รัฐบาลไทยได้ประกาศให้วันมาฆบูชา ให้เป็น "วันกตัญญูแห่งชาติ" เนื่องจากปัจจุบันสังคมไทยวัยรุ่นสาวมักจะเสียตัวในวันวาเลนไทน์ หลายหน่วยงานจึงพยายามรณรงค์ให้วันมาฆบูชาเป็นวันแห่งความรัก (อันบริสุทธิ์) แทน
ในปี พ.ศ. 2556 นี้ วันมาฆบูชาจะตรงกับ วันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ ตามปฏิทินสุริยคติ สำหรับในปี พ.ศ. 2557 นี้ วันมาฆบูชาจะตรงกับ วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์








วันทหารผ่านศึก



หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือหลังสงครามมหาเอเซียบูรพาสิ้นสุดลง มีทหารไทยจำนวนมากที่ถูกปลดปล่อยจากการเป็นทหาร จึงได้มีเสียงเรียกร้องขอให้ทางการพิจารณาให้ความช่วยเหลือดังนั้น ในปี พ.ศ.2490 กระทรวงกลาโหมอันเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในด้านนี้โดยตรง จึงได้จัดตั้งหน่วยงานขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ทหารที่ กลับจากปฏิบัติการรบ และช่วยเหลือครอบครัวทหารที่เสียชีวิตในการรบแต่ก็ยังเป็นหน่วยงานที่ไม่เป็นทางการ
             ต่อมากระทรวงกลาโหมได้เสนอพระราชบัญญัติจัดตั้งองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกขึ้น โดยได้ผ่านการเห็นชอบจากรัฐบาล และได้มีการประกาศไว้ใน
             ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2491 จึงได้ยึดเอาวันที่ 3 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันทหารผ่านศึก โดยมี พลโท ชมะบูรณ์ ไพรีระย่อเดช เป็นผู้อำนวยการคนแรก ในปี พ.ศ.2510 องค์การทหารผ่านศึกได้ปรับเปลี่ยนฐานะมาเป็นองค์การเพื่อการกุศลของรัฐ และเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย โดยได้รับเงินอุดหนุนจากกระทรวงกลาโหมและเงินที่รัฐบาลกำหนดให้เป็นครั้งคราว ภารกิจหลักขององค์การทหารผ่านศึก ได้แก่ การให้การสงเคราะห์แก่ทหารที่ผ่านการปฎิบัติการรบ และครอบครัวของทหารที่ปฏิบัติการรบ ซึ่งแบ่งออกเป็น 6 ประเภท คือ
การสงเคราะห์ทางด้านสวัสดิการ เป็นการให้การสงเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องทั่วๆ ไป ที่อยู่อาศัย การศึกษา ตลอดจนให้ความช่วยเหลือด้านอวัยวะเทียม
การสงเคราะห์ทางด้านอาชีพ โดยการฝึกอบรมและการฝึกอาชีพ ให้ความช่วยเหลือในทางด้านการทำงาน จัดหางานให้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
การสงเคราะห์ด้านนิคมเกษตรกรรม จัดสรรที่ทำกินในด้านเกษตรกรรมให้ และให้ความช่วยเหลือทางด้านเครื่องมือและวิชาการ
การสงเคาระห์ด้านกองทุน โดยการจัดหาเงินทุนให้สมาชิกขององค์การทหารผ่านศึกได้กู้ยืมไปประกอบอาชีพ
การสงเคราะห์ด้านการรักษาพยาบาลให้แก่สมาชิก โดยไม่คิดมูลค่า
ให้มีการส่งเสริมสิทธิของทหารผ่านศึก โดยการขอสิทธิพิเศษในด้านต่างๆ ให้แก่ทหารผ่านศึก เช่น การขอลดค่าโดยสาร เป็นต้น



 ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ของทุกปี ได้มีการจัดงานเฉลิมฉลองเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารผู้เสียสละแม้กระทั่งชีวิต เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยและอธิปไตยของชาติ ดอกป๊อปปี้ สีแดง นั้น เป็นสัญลักษณ์แทน ทหารผ่านศึก ผู้พิทักษ์รักษาประเทศชาติให้มีเอกราชอธิปไตย สีแดงของดอกป๊อปปี้ คือ เลือดของทหารหาญที่ได้หลั่งชโลมแผ่นดินไว้ด้วยความกล้าหาญ เสียสละอันสูงสุด ดังนั้นวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันที่เราทั้งหลายจะได้เห็นดอกป๊อปปี้บานสะพรั่งไปทั่วราชอาณาจักร
              สำหรับประเทศไทยแล้ว การจัดทำดอกป๊อปปี้เพื่อจำหน่ายในวันทหารผ่านศึกเกิดจากดำริของ ท่านผู้หญิง จงกล กิตติขจร ประธานสโมสรสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก หรือมูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกในปัจจุบัน ที่ต้องการจะดำเนินการหาทุนมาช่วยเหลือทหาร และครอบครัวทหารผ่านศึก ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันประเทศจึงได้เลือกเอาดอกป๊อปปี้สีแดง ซึ่งมีประวัติเกี่ยวโยงถึงสมรภูมิฟลานเดอร์ส สมรภูมิเบลเยี่ยมและเนเธอร์แลนด์ระหว่างสัมพันธมิตร และเยอรมัน ในสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยสงครามในครั้งนั้นทหารพันธมิตรได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากสมรภูมินี้มากที่สุด จอมพลเอิร์ล ออฟ เฮก ผู้บัญชาการรบที่นั่นได้เห็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่น่าพิศวงและน่าพิศมัยเกิดขึ้น ณ สมรภูมิดังกล่าว ในบริเวณหลุมฝังศพทหาร โดยมีดอกป๊อปปี้ป่าขึ้นอยู่เดียรดาษทั่วไป ทำให้เกิดเป็นลานสีแดงฉานสวยงาม ตั้งแต่นั้นมาดอกป๊อปปี้จึงกลายเป็นดอกไม้อนุสรณ์แห่งวีรกรรมของทหารผ่านศึก เตือนใจให้ระลึกถึงเลือดสีแดงของทหารที่ได้เสียสละเพื่อประเทศชาติ

              สำหรับประเทศไทยได้ส่งทหารเข้าร่วมรบในสงครามต่างๆ มาแล้ว โดยมีอนุสาวรีย์เชิดชูเกียรติ ปรากฎเป็นอนุสรณ์อยู่ วีรกรรมของนักรบไทยในการรบได้ขจรขจายไปทั่ว ปรากฎ ต่อสายตาชาวโลก ฉะนั้น เพื่อระลึกถึงเกียรติภูมิของนักรบกล้าหาญ จึงได้กำหนดให้ดอกป๊อปปี้เป็นดอกไม้ที่ระลึกสำหรับทหารผ่านศึกไทยเช่นเดียวกับในต่างประเทศ และมีการจำหน่ายในวันที่ระลึกทหารผ่านศึก ตั้งแต่ปี 2511 เป็นต้นมา  นับเป็นโอกาสอันดีที่เราท่านทั้งหลายจะได้แสดงความระลึกถึง และช่วยเหลือทหารผ่านศึกและครอบครัว ด้วยการซื้อดอกป๊อปปี้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของทหารผ่านศึก ผู้กล้าหาญ และเสียสละ ตลอดจนเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีและวีรกรรมของเหล่าทหารหาญที่ทำให้เราอยู่กันอย่างสงบสุขบนผืนแผ่นดินไทย และมีอธิปไตยมีชาติ บ้านเมือง ให้ได้อยู่อาศัย ตราบชั่วลูกชั่วหลานจวบจนปัจจุบัน



วัฒนธรรมแทงโก้


 ทุกครั้งที่มีไปบัวโนสไอเรส เมืองหลวงของอาร์เจนตินา ผมจะต้องหาโอกาสไปชมการแสดงแทงโก้ ด้วยความรู้สึกชื่นชมในจังหวะลีลาศที่มีความเคลื่อนไหวซึ่งเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งชีวิต การแสดงออกถึงความเป็นปุถุชนที่โลดแล่นอยู่ในห้วงกิเลศตัณหา แต่ก็หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์
            แทงโก้มีถิ่นกำเนิดซึ่งยังเป็นที่ถกเถียงและหาข้อยุติไม่ได้ระหว่างอุรุกวัยกับอาร์เจนตินา แต่จากมอนเตวิเดโอ ซึ่งเป็นเมืองหลวงและเมืองท่าสำคัญของอุรุกวัยริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ล่องเรือมาตามแม่น้ำปลาโต้เพียงไม่กี่ชั่วโมงก็จะถึงบัวโนสไอเรส ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสำหรับการถ่ายทอดวัฒนธรรมการเต้นแทงโก้จากมอนตวิเดโอมาสู่บัวโนสไอเรส หรือจากบัวโนสไอเรสไปยังมอนเตวิเดโอ หากแต่ต้องยอมรับว่าชาวอาร์เจนตินาทั้งนักแต่งเพลง นักดนตรี นักร้อง และนักเต้น ได้มีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่แทงโก้ออกไปอย่างกว้างขวางทั้งในดินแดนแถบอเมริกาใต้และภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก รวมทั้งยกระดับของแทงโก้จากความบันเทิงของชนชั้นล่างขึ้นไปสู่การเป็นงานศิลปะของชนชั้นสูง
ว่ากันว่าแทงโก้เริ่มขึ้นในราว ทศวรรษ 1850 เป็นการผสมผสานการเต้นรำของทาสจากแอฟริกากับการลีลาศของชาวยุโรปโดยเฉพาะสเปนและอิตาลี เป็นการแสดงออกถึงอารมณ์พิศวาส ยั่วยวน เย่อหยิ่ง และดุดัน ในลีลากึ่งอุปรากรและนาฏศิลป์ จุดเด่นของแทงโก้อยู่ที่การทรงตัวอย่างแน่วนิ่งขณะที่มีการเคลื่อนไหวที่พลิ้วไหวและเร่าร้อนรุนแรง ท่ามกลางเสียงดนตรีจากแอคคอเดี้ยน เปียโน กีต้าร์ ดับเบิ้ลเบส และไวโอลิน
            เมื่อพูดถึงแทงโก้แล้ว  ก็คงจะข้ามเรื่องของคาร์ลอส การ์เดล ไปไม่ได้ การ์เดล ได้รับการยกย่องจากชาวอาร์เจนติน่าและชุมชนคนรักแทงโก้ว่าเป็น “ราชาแห่งแทงโก้” โดยเป็นนักร้องและนักแต่งเพลงที่สร้างเอกลักษณ์ให้แก่แทงโก้ในสไตล์ของอาร์เจนติน่าจนได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง นับแต่ปี 1917 เป็นต้นมา การ์เดลเดินทางไปเปิดการแสดงตามประเทศต่าง ๆ ในอมริกาใต้ จากอุรุกวัย ถึงปัวโตริโก้ และข้ามไปเปิดการแสดงในยุโรป ทั้งปารีส แมดริด บาร์เซโลนา และนิวยอร์ก ด้วยรูปร่างที่สมาร์ทและใบหน้าที่หล่อเหลาทำให้เขามีโอกาสแสดงภาพยนตร์กับบริษัทพาราเมาท์หลายเรื่อง การ์เดลเสียชีวิตในปี 1935 จากอุบัติเหตุเครื่องบินตกในโคลอมเบีย ขณะมีอายุได้ 48 ปี เหลือเพียงเรื่องราวที่เป็นประหนึ่งตำนานและบทเพลงที่ยังคงตราตรึงจิตใจของผู้ฟังทั่วโลกตราบจนปัจจุบัน
            แทงโก้ได้เป็นมรดกของชาติและซึมซาบอยู่ในสายเลือดของคนบัวโนสไอเรสและที่อื่น ๆ ในอาร์เจนตินา ไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็จะได้ยินเสียงเพลงแทงโก้  การแต่งกายในชุดสำหรับเต้นแทงโก้ และการเต้นแทงโก้ แม้กระทั่งตามข้างถนน มีอนุสาวรย์ของคาร์ลอส การ์เดล สถานที่แสดงแทงโก้อันอลังการ รวมถึงร้านกาแฟโบราณที่เหล่านักร้องนักแต่งเพลงแทงโก้ในยุคนั้น เคยใช้เป็นที่พบปะและแต่งเพลงหรือซ้อมร้องเพลงกัน ซึ่งยังคงรักษาสภาพและบรรยากาศเอาไว้ได้อย่างดี โดยมีหุ่นของศิลปินรุ่นดังกล่าว 4- 5 คน ไว้ที่มุมหนึ่งในร้าน ซึ่งผมยังเคยคิดว่าเราน่าจะหาทางยกย่องศิลปินของเราแบบเดียวกันนี้บ้าง และสถานที่ที่เหมาะที่สุดก็คือโรงมหรสพศาลาเฉลิมกรุง โดยทำหุ่นของนักร้อง นักแต่งเพลง นักแสดง ที่เคยมีความผูกพันกับศาลาเฉลิมกรุงสักกลุ่มหนึ่งมาตั้งแสดง อาทิ หุ่น “ครูแจ๋ว” –สง่า อารัมภีร กำลังเล่นเปียโนขณะแต่งพลง “น้ำตาแสงใต้” หุ่น ม.ล.รุจิรา อิศรางกูรฯ  ยอดนักพากษ์ภาพยนต์ยุค 16 ม.ม. ที่ก้าวสู่เวทีเฉลิมกรุงครั้งแรกในฐานะของนักเต้นแท๊ป ฯลฯ เป็นต้น
            ผมรู้สึกยินดีที่ยูเนสโก ประกาศเมื่อวันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา ให้การเต้นรำในจังหวะแทงโก้ เป็นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ และดีใจแทนชาวอาร์จนตินาที่เห็นคุณค่าและทำนุบำรุงมรดกทางวัฒนธรรมชิ้นนี้ของตนมาเป็นเวลายาวนานกว่าหนึ่งร้อยปี
            ขณะเดียวกันก็อยากเห็นคนไทยมีวัฒนธรรมอะไรสักอย่างสองอย่างที่สามารถจับ
ต้อง ใช้สอยได้ และเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน รวมทั้งเป็นสมบัติร่วมกันของคนไทยทั้งชาติ แบบเดียวกับแทงโก้ของชาวอาร์เจนตินาบ้างค่ะ